2006/Nov/16

ทั้งๆที่ช่วงนี้ก็ว่างมากจนแทบจะไม่มีอะไรจะทำ แต่เรื่องราวต่างๆที่คิดจะเขียนเป็นหนังสือก็ยังคงนอนนิ่งๆอยู่ท่ามกลางฝุ่นในมุมห้องนอนอย่างไม่ได้รับความสนใจใยดี-*- แน่จริงๆเลยเรา


วันนี้แทบจะไม่มีอะไรทำเลย ชีวิตมันดูว่างเปล่ายังไงชอบกล พอคิดว่าได้เวลาลงมือทำซะที!! เวลามันก็ดันหมดลงก่อนทุกที...-*-(แล้วจะโทดใครฟะ) mukdam จึงพึ่งรู้ว่าเวลามีค่ามากแค่ไหน(โห--เพิ่งรู้นะเนี่ย) ถ้าในปัจจุบันเราได้เพียงแต่นึกฝันว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เคยลงมือทำจริงๆสักครั้ง แล้วมันจะเป็นเรื่องจริงได้ยังไง...เราจะไปถึ

จุดหมายได้มั้ยถ้าเราบังไม่แม้แต่จะออกเดินทาง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดของการประสบความสำเร็จ จริงๆแล้วมันก็คือ...การกล้าที่จะเริ่มต้นสินะ...


mukdam คงต้องเริ่มต้นออกเดินทางซักที ถึงแม้ตอนเริ่มเดินทางจะเหงาสักหน่อย แต่mukdamมั่นใจว่า ในระหว่างทาง mukdamจะสามารถหาเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะไปด้วยกันแน่ๆ...^^ จากนี้ไป เราจะเริ่มต้นแล้วสินะ!

2006/Nov/02

วันนี้พวกเราร้อยกว่าชีวิตตื่นเช้าขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง(มากก)เพื่อเข้ารับการฝึกวินัยโดยลุงๆต.ช.ด(ไม่ใช่ตายชายแดนนะเอก -*-) วันนี้เราได้อารมณ์หลากหลายด้วยกัน มีทั้งร้อนแทบขาดใจฮาแทบลิ้นไก่หลุด(เป็นยังไงวะ??) และหลายๆคนอาจผลอหลุดมาดเท่ห์ๆของตัวเองแสดงท่าทีที่รับไม่ได้ออกมา (ขอไม่เอ่ยชื่อ เดี๋ยวเข้าตัว อิอิ)


เราเริ่มต้นการฝึกด้วยเช้าวันที่ฝนพรำ (โรแมนติ้ก--โรแมนติก)พวกเราร้อยกว่าชีวิตถูกกวาดต้อนเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่ง...-*- หลังจากที่ฟังใครต่อใครกล่าวสุนทรพจน์ไม่นานสติสัมปัชชัญญะต่างๆก็เริ่มดับมืดลง(เป็นใครบ้างก็ไม่รู้เพราะเราหลับไปตั้งแต่20แรกนาทีแล้ว!-0-)


หลังจากที่หลับ--เอ่อ--ฝึกความอดทนในการฟังไปได้สักพัก พวกเราต่างก็แบ่งกลุ่มออกเป็นสี่กลุ่มใหญ่ๆอย่างกระตือรือร้น! พวกเราได้ลุงต.ช.ด.มาช่วยฝึกฝนวินัยอย่างเต็มที่รึไม่ไม่แน่ใจนัก... ในขณะที่กลุ่มอื่นๆเค้าฝึกกันอย่างจริงจัง ซ้ายขวาซ้าย ขวาหัน หมูหัน แต่ทำไม--อาจเป็นเพราะหน้าตา... กลุ่มเราฝึก5นาที พัก5นาที ฝึก10นาที พัก15นาที-*-


วันนั้นเป็นวันที่สนุกมาก ถ้าเรามองทุกวันให้เป็นวันพิเศษ มันก็จะมีเรื่องราวมากมายให้จดจำสินะ...

2006/Oct/28

ในที่สุด-- ในที่สุดดด ก้อได้อัพไดซะที... ต้องขอบคุณเพื่อนที่แสนดีคนนึงที่อุตส่าห์แต่งได้ให้mukdamมานาน (ขอไม่เอ่ยชิ่ด เดี๋ยวมันได้หน้า -*-)ในบลอกของmukdam จะขอเปนการทดสอบผลงานตัวเอง โดยจะลงเรื่องราวต่างๆเอาไว้มากมายหลายรูปแบบ ยังไงก้ช่วยเปนกำลังใจให้กับบลอกปฐมฤกษ์นี้ด้วยนะคะ ^^


มาซิโดเนีย... ประเทศเล็กๆที่รับเอาอารยธรรมมาจากอาณาจักรกรีกรอันรุ่งเรือง ณ ที่นี้เอง บุรุษผู้จะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ด้วยดาบและม้าศึกของพระองค์ได้ถือกำเนิดขึ้น พระองค์เป็นเจ้าชายที่รูปงามและปราดเปรื่อง อาจารย์ที่สอนเจ้าชายอารมณ์ร้อนองค์นี้มิใช่ใครอื่นนอกจากอริสโตเติล ปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงแห่งกรีกเราจะมาศึกษาอุปนิสัยบางประการของอเล็กซานเดอร์ มหาราชผู้เกรียงไกรองค์นี้ดู...


เจ้าชายอเล็กซานเดอร์มีนิสัยที่เด็ดขาด อารมณ์ร้อน และเป็นนักสู้ที่ห้าวหาญที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยรู้จักมา แม้แต่ยามที่พระองค์ทรงบรรทม ใต้หมอนของพระองค์จะมีดาบและหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งก็คือมหากาพย์อีเลียดที่โด่งดังของกวีโฮเมอร์ นั่นเป็นเพราะพระองค์ประทับใจในอคีลิส วีรบุรุษที่มีชื่อเสียงในเรื่อง มีนักประวัติศาสตร์หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า พระเจ้าอเล็กซานเดอร์กับอคีลิสมีข้อคล้ายคลึงกันอยู่หลายประการ เหอๆ

  1. พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงมีพระพักตร์และรูปพรรณสันฐานที่ใกล้เคียงกับอคิลิสมาก
  2. ทั้งคู่ไม่เคยแพ้ในสงครามครั้งไหนๆเลย
  3. ทั้งคู่ตายตั้งแต่อายุยังน้อย
  4. และทั้งคู่ยังมีจุดอ่อนเช่นเดียวกัน และด้วยจุดอ่อนนั้นเช่นเดียวกัน นั่นคือที่ข้อเท้า...

อย่างน้อยตอนที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระองค์ก็ยังสวรรคตแบบเดียวกับฮีโร่ในดวงใจ....น่าดีใจมั้ยเนี่ย

พระเจ้าอเล็กซ์ซานเดอร์เผยแพร่วัฒนธรรมกรีกไปทุกที่ที่พระองค์เสด็จไปถึง ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซีย อียิปต์ อินเดีย บลาๆๆ ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงสร้างเมืองอเล็กซานเดรียไว้ยังเมืองทุกเมืองที่พระองค์ตีได้ และในตอนนั้น พระองค์มีเมืองอเล้กซ์ซานเดรียทั่วตะวันออกกลาง แถบเมดิเตอร์เรเนียน และยุโรปอยู่ทั้งสิ้น 70 แห่งด้วยกัน!!


มหาราชที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลพระองค์นี้จากโลกไปด้วยวัยเพียง33ปี แม้แต่กษัตริย์ที่พิชิตมาแล้วเกือบทุกอารายธรรมบนโลกก็ยังทรงพ่ายแพ้ต่อความตาย...สุดท้ายไม่ว่ายิ่งใหญ่แค่ไหน จุดจบก็ยังคงเป็นจุดเดียวกัน...เช่นเดิม...





edit @ 2006/10/28 00:10:11